เรื่องย่อหนัง

หนัง Life Itself หรือชื่อไทยว่า ชีวิตเรื่องจิ๊บจ๊อย รักสิเรื่องสำคัญ ระหว่างที่คู่ชีวิตวัยรุ่นชาวนิวยอร์กได้ขยับจากความรักยุคมหาวิทยาลัยสู่ชีวิตแต่งงาน แล้วก็การเกิดของลูกคนแรก จุดหักมุมที่ไม่คาดฝันสำหรับในการเดินทางของพวกเขาได้ทำให้เกิดแรงสั่นที่สะท้อนก้องไปทั่วทวีปต่างๆแล้วก็ผ่านหลากทั้งชีวิตใน Life Itself ซึ่งมีเรื่องมีราวราวเกิดขึ้นในนิวยอร์ก สิตี้แล้วก็คาร์โมนา ประเทศสเปน ชมเชยภาวะความเป็นคนและก็ความสลับซับซ้อนทั้งหมดทั้งปวงทั้งหมดของผู้คนด้วยอารมณ์ขัน ความเจ็บแล้วก็ความรัก


As a young New York couple goes from college romance to marriage and the birth of their first child, the unexpected twists of their journey create reverberations that echo over continents and through lifetimes.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว – Life Itself – ชีวิต…เรื่องง่ายๆ รักสิ…เรื่องสำคัญ
— 8.5/10 —
ความรักในด้านมุมที่ปวด เศร้า แต่งดงาม
“เข้าไปมองแบบมิได้มุ่งหวังอะไรทั้งหมด แม้กระนั้นสิ่งที่ได้มากลับเกินคาด”

ท่ามกลางอาทิตย์ที่มีวันหยุดกึ่งกลางอาทิตย์ เป็นวันบิดา รวมทั้งเต็มไปด้วยหนังมากมายเรื่องหลายสไตล์ Life itself ยอดเยี่ยมในหนังที่หลายคนอาจมองผ่านไป คนบางทีก็อาจจะพอใจ Mortal Engines, Patrick หรือหนังผีอย่าง Malicious แม้กระนั้นต้องการที่จะให้ทดลองไปดูหัวข้อนี้จริงๆเป็นหนังที่ทำให้พวกเรารับทราบเกี่ยวกับความรักว่า “บางความรัก บางทีอาจมิได้มีเหตุที่เกิดจากความสำราญเสมอ”

หนังโรแมนติก ดราม่าเคล้าน้ำตา เกี่ยวกับเรื่องของชีวิต ที่เกิดขึ้นมาจากความรักของคนสองคน กระทั่งกำเนิดเป็นสายสัมพันธ์ความเกี่ยวข้องและก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเรื่องราวชีวิตและก็ความรักที่สื่อความหมายมากไม่น้อยเลยทีเดียวอย่างยิ่งจริงๆ

ก่อนมองก็ได้แอบแว๊ปไปดูคะแนนจากเว็บไซต์ Imdb แล้วก็ Rotten Tomatoes มาก็แอบหวั่นหวาดๆเช่นเดียวกันว่ามันจะเวิร์คไหม แต่ว่าถึงยังไงก็ต้องการวินิจฉัยด้วยตัวเองอยู่ดี เพราะเหตุว่ามองจากใบปิดหรือแบบอย่างอาจจะส่งผลให้พวกเราระลึกถึงหนังรักที่เล่าราวความรักของหลายๆคู่ อย่าง Love Actualy แต่ว่ามันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เรื่องราวความรักแบบผ่องใส โรแมนติก แต่ว่ามันเป็นเรื่องราวความรักที่สุดแสนจะปวด ทั้งสิ้นหวัง เชื้อเชิญให้ผู้ชมช็อค สะเทือนขวัญกับนานาประการเรื่องราว แต่ว่าเมื่อรวมๆกันแล้ว มันกลับถูกถ่ายทอดออกมาในแบบ “ความรัก” ได้อย่างงดงาม

หนังได้ผลงานควบคุมของ Dan Fogelman ที่พวกเราขอทายใจอย่างไม่กลัวไม่ถูกเลยว่า ขณะที่ควบคุมรวมทั้งเขียนหัวข้อนี้เขาจำต้องกำลังเสพติดเพลงของ Bob Dylan อัลบั้ม Time Out of Mind ในปี 1997 อยู่แน่ๆ เนื่องจากว่าเค้าเรื่องทั้งผอง เปรียบเทียบราวกับอัลบั้มเพลงของ Bob Dylan อย่างไรแบบนั้น เนื่องจากในอัลบั้มนี้ กล่าวถึงความรักในแบบอย่างที่ค่อนจะรวดร้าว ซึมเซาๆแม้กระนั้นก็มีอยู่เพลงหนึ่งที่ออกแนวป๊อปโผล่มาท่ามกลางเพลงหมดกำลังใจ แล้วก็เหมือนกับหัวข้อนี้เช่นเดียวกัน ก็มีความรักที่แจ่มใสรวมอยู่เหมือนกัน ผู้กำกับอย่าง Dan Fogelman ก็ได้ถ่ายทอดความรู้สึกพวกนั้นออกมาเป็นมุมมองความรักให้พวกเราได้รับดูกันได้อย่างดีเยี่ยม

หนังถูกเล่าผ่านระยะเวลาและก็ผู้แสดงแต่ละแบบอย่างไหลลื่น โดยแบ่งเป็นพาร์ทๆอย่างเห็นได้ชัด โดยมีชื่อพาร์ทรวมทั้งผู้แสดงในแต่ละพาร์ท และก็ทุกพาร์ทนั้นเรื่องราวจะเกี่ยวข้องกันหมด เชื่อมโยงอย่างชาญฉลาด ซึ่งแน่ๆว่าแต่ว่าละพาร์ทจะเป็นตัวอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ เรื่องราวของความรักที่ค่อนจะกลัดกลุ้ม ไม่สิ มันหม่นหมองมากมายแล้วก็ปวดแบบสุดๆทั้งยังซึมเซา เชิญช็อค และก็อึ้งกับผลสรุป ในแต่ละพาร์ทแบบเดียวกัน สิ่งที่ถูกใจมากมายๆและก็มองทำให้หนังมันเป็นได้อย่างไม่ขัดข้องเป็นตอนเปลี่ยนแปลงผ่านเวลา ฉากการเติบโตของผู้แสดงต่างๆทำออกมาเจริญมากมาย ดีแบบสุดๆใครกันแน่ได้มองเห็นแล้วการันตีเลยจะต้องกล่าวว่าเยี่ยม

สิ่งที่น่าสรรเสริญของประเด็นนี้มีหลายประเภท เริ่มจากเหล่าดาราหนัง ที่ปฏิบัติภารกิจของตนเองในแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ในทุกๆฉาก ทุกๆอารมณ์ ทั้งยังเพลงของ Bob Dylan ที่ใส่เข้ามาในแต่ละพาร์ทของหนัง มันช่างเข้ากั๊นเหมาะสมกันกับทุกเหตุการณ์ แถมผู้กำกับก็ยังยอดเยี่ยม เนื่องจากว่าเขียนบท เขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกพวกนั้นออกมาเทียบดังบทกลอนที่ทิ่มแทงความรักด้วยความเจ็ยปวดออกมางามอย่างยิ่งจริงๆ บวกกับงานภาพที่มองเยี่ยมจริงๆ รวมทั้งสามารถทำให้เรื่องราวทั้งปวงน่าติดตามโดยไม่มีเบื่อเลย ไม่เคยทราบคนใดกันเป็นหรือไม่ ตัวเราเองมองจบแล้วยังต้องการไปพบเพลงของนักแสดงคนนี้มาฟังเลย แต่ว่าถึงแบบนั้น มันก็มีจุดที่ขุ่นเคืองอยู่บ้าง เป็นจู่ๆบทของผู้แสดงกลับหายไปดื้อรั้นๆในขณะที่นักแสดงนั้นๆคงจะสำคัญ และก็ข้อสรุปจบที่เสมือนแออัดบทสำหรับพูดให้งดงามเกินความจำเป็น

โดยรวมแล้ว Life itself เกิดเรื่องราวดราม่า ที่วางหมากนักแสดงในทุกพาร์ทได้อย่างชาญฉลาด เกี่ยวกับในทางมุมของความรักที่เริ่มมาจากความกลัดกลุ้ม เปลี่ยนมาเป็นความเจ็บ และก็จบด้วยความสบาย ที่ถูกร้อยเรียงมาอย่างดีเยี่ยม เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ต้นรอส่งมาหาพวกเราตลอด รอสอนพวกเราตลอด ตั้งแต่ต้นจนถึงจบ ตัดสลับไปๆมาๆ เชิญให้น่าติดตาม เชิญชวนสงสัยเมื่อใดก็ตามจบในแต่ละพาร์ท โดยทั้งหมดทุกอย่างนั้นมันรวมกันมองไม่ขัดรวมทั้งไหลลื่นมากมาย แถมหนังยังซ่อนเร้นข้อคิดเตือนใจชีวิต ความรัก โดยขับผ่านเพลงของ Bob Dylan ที่สะท้อนผ่านทางหนัง กลับมายังชีวิตของตัวเราได้อย่างดีเยี่ยม

ขอให้รับหัวข้อนี้ไว้พินิจ ในตอนวันหยุดนี้ บางทีอาจจะเป็นโอกาสที่ไม่เลวเลย ถ้าผู้ใดกันต้องการหนีหนังแมสๆรวมทั้งต้องการหาหนังดราม่ารักดีๆแล้วหล่ะก็…หัวข้อนี้นับว่าตอบปัญหาเลยล่ะ

รีวิวหนัง Life Itself – ชีวิต…เรื่องเล็ก รักสิ…เรื่องใหญ่